แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ

วันนี้เรามาชวนทำเมนูอร่อยจากเนื้อปลาแซลมอนนอร์เวย์กันค่ะ กับเมนูแซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าทานปลาแล้วมีประโยชน์นะคะ นอกจากย่อยง่ายแล้วยังมี dha ,omega3 ช่วยในการบำรุงสมองด้วยค่ะ โดยเฉพาะเนื้อปลาแซลมอนนะคะ ชวนกันมาทานปลากันเยอะๆนะคะ โดยเมนูนี้รสชาติออกเปรี้ยวนิดหวานหน่อยอร่อยดีค่ะ เหมาะกับเด็กๆน่าจะชอบทานมากค่ะ เอาไว้ทำให้เด็กๆทานกันได้ง่ายๆยามเช้าค่ะ โดยปลาแซลมอนนั้นถือเป็นปลาที่มีราคาสูงนะคะเพราะต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นหลัก ราคาชิ้นนึงก็หลายร้อยบาท แต่วันนี้เราจะใช้เป็นเนื้อปลาแซลมอนชิ้นเล็กๆกันนะคะสามารถหาซื้อกันได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตได้เลยค่ะ  เดี๋ยวเรามาลองทำทานกันเลยค่ะ

 

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2-3 คน)

  1. เนื้อปลาแซลมอนสุก 1/2ถ้วยตวง
  2. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  3. มะเขือเทศ 1 ลูก
  4. ซอสมะเขือเทศ ½ ถ้วยตวง
  5. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาล 1 ช้อนชา
  7. น้ำมันพืชสำหรับทอด
  8. พริกไทยโรยหน้า
  9. ผักชีสำหรับตกแต่ง

แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำเนื้อปลาแซลมอนใส่ชามเซรามิกหรือภาชนะที่สามารถอุ่นในไมโครเวฟได้ค่ะ จากนั้นให้นำไปอุ่นในไมโครเวฟตั้งไฟไว้ประมาณ 120องศาฟาเรนไฮท์ ใช้เวลา 3 นาทีเพื่อให้เนื้อสุกและเราสามารถยีเนื้อปลาแซลมอนให้เป็นชิ้นเล็กๆง่ายขึ้นนะคะ จากนั้นพักไว้ก่อน

แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ

  1. ให้เราเตรียมมะเขือเทศ 1 ลูกมาล้างให้สะอาด และ หั่นหัวท้ายทิ้ง ค่อยๆหั่นเนื้อที่เหลือให้เป็นชิ้นเต๋าชิ้นเล็กๆและพักไว้ก่อนค่ะ
  2. จากนั้นให้เราตอกไข่ไก่ 3 ฟอง ใส่ชามไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวค่อยมาทำกันค่ะ
  3. นำกระทะมาตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย พอร้อนใส่ไข่ไก่ลงไปทิ้งไว้สักพักให้พอสุกและใช้ตะหลิวคนให้เป็นชิ้นๆดี ตามด้วยเนื้อปลาแซลมอนที่ยีแล้ว มะเขือเทศหั่น และใส่ซอสมะเขือเทศ ½ ถ้วยตวง น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนชา ใส่ลงไปผัดให้เข้ากันดีเป็นอันเสร็จแล้วค่ะ ปิดไฟเสริฟใส่จานได้เลย

แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ

  1. จากนั้นโรยพริกไทยเล็กน้อย ตกแต่งจานด้วยใบผักชีให้สวยงามแค่นี้ก็น่าทานแล้วค่ะอร่อยสุดๆ เป็นยังไงบ้างค่ะทำทานได้ง่ายๆไม่ยากเลยนะคะกับเมนู แซลมอนผัดไข่ซอสมะเขือเทศ อร่อยมีประโยชน์ครบจริงๆค่ะวันหยุดสบายๆลองทำทานกันในครอบครัว หรือ ช่วยกันทำพร้อมกับเด็กๆก็ได้เพราะทำทานไม่ยากค่ะ เด็กๆจะได้มีส่วนร่มในการทำและอยากทานมากขึ้นนะคะ เรียกได้ว่าเมนูนี้ทั้งสนุกในการทำและอร่อยในการทานนะคะ

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon


ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

วันนี้เรามาลองหาร้านขนมอร่อยๆทานกันค่ะ กับร้าน Bake Bar by King Mamon สาขา เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น G ร้านนี้ด้านหน้ามีป้ายร้านชัดเจนมากค่ะ หาไม่ยากเลย เมนูเด่นของที่นี่จะเน้นเป็นมาม่อน และเครปเค้กค่ะ ยังมีเมนูใหม่อย่างปิงซู หรือน้ำแข็งใสแบบเกาหลีที่กำลังนิยมทานกันมากในช่วงนี้ด้วยนะคะ พร้อมเครื่องดื่มต่างๆให้เลือกทานกันด้วย ด้านทางเข้าหน้าร้านจะมีตู้เค้กวางเรียงรายซึ่งมีเครปเค้กตั้งโชว์อยู่ในตู้หากใครอยากทานเค้กก็สามารถสั่งได้เลยค่ะ น่าตาน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

เมื่อเดินไปข้างในร้านสวยดีค่ะ ตกแต่งเรียบๆ มีดอกไม้เป็นจุดๆตัดให้ดูหวานค่ะ ส่วนที่นั่งก็มีทั้งแบบโต๊ะนั่ง หรือแบบเคาท์เตอร์ค่ะ คนไม่เยอะมากนักเพราะเป็นวันธรรมดานะคะ เราเลือที่นั่งทานด้านในกันได้แล้วก็มาดูเมนูรายการของหวานของที่นี่กันค่ะ ทั้งเครป เค้ก น้ำแข็งใสต่างๆน่าทานทั้งนั้น

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

เราเลือกทานเป็นเมนู Baked mamon coffee caramel almond เป็นมาม่อนราดซอสกาแฟโรยอัลม่อน มีไอศกรีมวนิลาราดซอสคาราเมล พร้อมวิปครีมด้วยค่ะ ตัวมาม่อนนุ่มดีค่ะทานเข้ากันดีกับซอสที่ราดมายิ่งทานคู่กันกับไอศกรีมตัดรสหวานอร่อยดีค่ะ เมนูนี้แนะนำให้ลองทานกันนะคะ

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งเป็น Mamon frappe choco banana เป็นชอคโกแลตปั่นราดซอสชอคโกแลตเป็นชั้นๆ ด้านบนโรยหน้าด้วยมาม่อน กล้วย ใช้ช้อนตักทานหลากรสดีค่ะ หวานเข้มดีอร่อยค่ะ ใครชอบทานกล้วยต้องลองสั่งทานดูค่ะ ซึ่งกล้วยกับชอคโกแลตทานเข้ากันได้ดีเลยนะคะ รสชาตินุ่มๆผสมกันดีค่ะ

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

เมนูสุดท้ายกับเครื่องดื่ม Coffee jelly latte แก้วนี้เป็นกาแฟลาเต้ใส่เยลลี่เล็กๆด้านบนค่ะ ทานง่ายรสชาติไม่เข้มเท่าไหร่นักก็อร่อยดีค่ะ มีเยลลี่ให้เคี้ยวกรุบๆด้วยค่ะแปลกดีค่ะ

ร้านขนมน่ารักน่าทานที่ Bake Bar by King Mamon

ราคารวมวันนี้สี่ร้อยกว่ายบาท ทาน 2 คนก็ถือว่าไม่ถูกไม่แพงมากเท่าไหร่นักค่ะกำลังดี สำหรับใครที่กำลังหาร้านของหวานทานหลังจากเดินช้อปปิ้ง ดูหนัง แล้วร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการนั่งพักทานของอร่อยๆยามว่างกันค่ะ จะพาแฟนมา หรือ นัดเพื่อนๆมาเม่าท์กันที่ร้านนี้ก็น่าจะดีค่ะ

โดยรวมสำหรับรสชาติขนมของที่ร้านนี้อร่อยดีค่ะ โดยเฉพาะเมนูเด็ดมาม่อนเค้กนะคะ และการบริการของพนักงานก็ดีค่ะสุภาพ บรรยากาศร้านโอเคเลย ตกแต่งสวยงามน่านั่งค่ะ ราคาก็ค่อนข้างสูงหน่อยค่ะ สำหรับคนที่ชอบทานของหวานหาร้านน่านั่งก็ขอแนะนำร้านนี้นะคะมาลองทานกันได้ค่ะ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1


ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ในบรรดาอาหารเมืองไทย ที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งอาจถูกดัดแปลงไปเป็นแบบอื่นบ้าง หรือยังคงความเป็นต้นฉบับดั้งเดิมบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่จัดได้ว่าเป็นเมนูโปรดเมนูหนึ่งของแทบจะทุกคนก็คือส้มตำ วันนี้พามาทานส้มตำอร่อย ๆ อีกหนึ่งร้านค่ะ ชื่อว่า “ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1”

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

“ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1” เป็นร้านขายอาหารสไตล์อีสาน อันได้แก่ส้มตำ น้ำตก ลาบ ยำสารพัดยำ จิ้มจุ่ม (สุกี้อีสาน) ไก่ย่างเขาสวนกวาง และมีปลาเผาด้วยนะคะ รสชาตินี่แซ่บนัวสมชื่อร้านจริง ๆ อร่อยเด็ดมาก เมื่อหาที่นั่งภายในร้านได้เรียบร้อยแล้ว น้องพนักงานจะนำใบสั่งอาหาร ซึ่งมีทั้งเมนู, ราคา และให้เรากรอกจำนวนของอาหารที่ต้องการสั่งลงไปได้เลยค่ะ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

 

เรามาลองดูรายละเอียดในเมนูที่ดิฉันสั่งมานะคะ สำหรับปลาเผาเกลือ มีปลาให้เลือกหลายชนิดและหลายขนาดขึ้นอยู่จำนวนลูกค้าที่มาทานในแต่ละโต๊ะนะคะ เมื่อปลาเผามาเสิร์ฟจะมาเป็นชุด คือมีตัวปลาซึ่งเปิดส่วนหนังที่หมักเกลือให้เห็นเนื้อปลาขาว ๆ ร้อน ๆ  พร้อมด้วยผักสดนานาชนิด  ขนมจีนโรยด้วยหอมทอด และน้ำจิ้ม 2 แบบ 2 รสชาติที่เลือกความอร่อยได้ตามความต้องการ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ส้มตำ ก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นส้มตำแบบพื้น ๆ ทั่วไป คือส้มตำไทย ส้มตำปู ส้มตำไทยใส่ปู หรือจะดัดแปลงเมนูส้มตำให้น่าสนใจ เป็นส้มตำข้าวโพด ตำซั่วกากหมู ตำส้มทอด เป็นต้น โดยร้านนี้มีความพิเศษที่เพิ่มเติมจากรสชาติอาหารที่ถือว่าได้อร่อยทีเดียว นั่นคือในเมนูที่ต้องมีการใส่ปูลงไปด้วย ที่ร้านจะมีปูเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกทานกันถึง 2 แบบคือ ปูต้ม และปูดอง ต้องการแบบไหนสามารถแจ้งทางร้านได้ในแบบที่เราชอบกันเลยค่ะ

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

 

ร้านส้มตำแซ่บเนาะ 101/1 หาไม่ยากเลยค่ะ ตัวร้านตึกแถว 1 ห้อง อยู่หัวมุมของซอยวชิรธรรมสาธิต 15 ตรงข้ามกับตลาดมหาสิน ในถนนสุขุมวิท 101/1 ทำให้เมื่อเวลานั่งในร้าน ถึงจะเป็นห้องแถวเพียง 1 ห้องก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดค่ะ เพราะกรุผนังด้วยกระจกทำให้แลดูโปร่งมาก ๆ อีกทั้งทานอาหารได้ไม่ร้อนค่ะ เพราะภายในร้านติดแอร์ให้นั่งทานกันอย่างสบาย นอกจากนี้หากมีการแข่งขันฟุตบอลคู่ที่น่าสนใจ ทางร้านก็ยังมีจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่เปิดไว้บริการลูกค้าได้ชมกันระหว่างทานอาหารไปด้วยค่ะ โต๊ะก็มีให้บริการประมาณ 8-9 โต๊ะ นั่งได้ประมาณ 4-5 ท่าน อาจจะไม่ได้มีโต๊ะมากมาย แต่ก็เพียงพอให้บริการค่ะ ในส่วนของหน้าร้านจะเป็นส่วนเตรียมอาหาร

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ค่ะ หากไม่สะดวกไปนั่งทานที่ร้าน อยากจะนั่งทานกันเองแบบสบาย ๆ กับเพื่อนหรือครอบครัวที่บ้าน ทางร้านก็มีบริการ Delivery กันด้วยนะคะ โดยสามารถสั่งได้ที่ 092-264-8365

ส้มตำ แซ่บเนาะ 101/1

ข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิ


ข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิ

รสชาติข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิจะออกหวานๆหน่อยค่ะ เหมาะกับเด็กๆทานมากค่ะ ช่วยให้เด็กๆทานข้าว และทานผักได้ง่ายขึ้นค่ะโดยจะใช้ผักที่มีรสชาติไม่ขมนักในการทำอย่างกระหล่ำปลี แครอทนะคะ สามารถใส่ผักอย่างอื่นเพิ่มได้อีกค่ะ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆหน่อยค่ะจะได้ทานง่ายขึ้น เมนูนี้ทำแล้วมีประโยชน์ครบครันใน 1 จานค่ะ โดยเฉพาะเนื้อปลาแซลมอนที่เป็นปลาย่อยง่ายมีโอเมกา3สูงกว่าปลาทะเลชนิดอื่นๆ ช่วยในการพัฒนาสมอง การเรียนรู้ และบำรุงส่วนต่างๆแถมยังเหมาะกับทุกช่วงวัยเลยค่ะ ปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายขึ้นเพราะเป็นที่นิยมของคนทั่วไปมากค่ะ ราคาสูงแต่ก็ถูกลงจากหลายปีก่อนมากนะคะเลยหาทานได้ง่ายขึ้นค่ะ เราซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เกตทั่วไปได้เลยค่ะแผนกของสด อาหารทะเลค่ะ แต่เราจะใช้เป็นเนื้อปลาแซลมอนย่างสำเร็จแล้วมาทำนะคะเพื่อลดขั้นตอนในการทำค่ะ ใครใช้แซลมอนสดให้นำไปอบ หรือย่างก่อนมาทำนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. เนื้อปลาแซลมอน 1 ถ้วยตวง
  2. ซอสเทริยากิ 5 ช้อนโต๊ะ
  3. กระหล่ำปลี 1 ชาม
  4. แครอท 1/2ถ้วยตวง
  5. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  6. กระเทียม 5 กลีบ
  7. ข้าวสวย 2 จาน
  8. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำเนื้อปลาแซลมอนย่างมายีให้เป็นชิ้นเล็กค่ะ จากนั้นพักไว้ก่อนค่ะ
  2. จากนั้นให้หั่นผักกระหล่ำปลีโดยซอยเป็นชิ้นเล็ก และนำกระเทียมมาหั่นให้เป็นชิ้นแบนๆไว้ค่ะ จากนั้นหั่นแครอทเป็นชิ้นเล็กไว้ค่ะ

ข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิ

  1. ต่อมาให้เราตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อนให้นำกระเทียมที่หั่นไว้ใส่ลงไปทอดให้เหลืองดี และตักขึ้นมาพักไว้ก่อน เดี๋ยวเราจะนำมาใช้ใส่ในข้าวผัดและ โรยหน้าให้สวยงามค่ะ
  2. นำกระทะใบเดิมใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย จากนั้นพอกระทะร้อนก็ใส่ไข่ไก่ 2 ฟองตอกลงไปผัดทำการยีไข่ให้สุกดี ตามด้วย ผักกระหล่ำปลีและแครอท ลงไป ผัดให้ผักสุกดีตามด้วยเนื้อปลาแซลมอนที่ยีไว้ ผัดเล็กน้อยให้เข้ากันดีค่ะ
  1. จากนั้นใส่ข้าวสวยลงไป ราดซอสเทริยากิลงไป 5 ช้อนโต๊ะ เติมซีอิ้วขาวเล็กน้อย 1 ช้อนโต๊ะ  ตามด้วยกระทียมที่เจียวไว้ คลุกให้เข้ากันดีค่ะ เป็นอันเสร็จค่ะ ตักข้าวใส่จาน แล้วตกแต่งด้วยผักชีให้สวยงามเสริฟทานร้อนๆกันเลยค่ะ

ข้าวผัดปลาแซลมอนเทริยากิ

  1. เป็นยังไงบ้างค่ะกับเมนูง่ายๆแต่อร่อย รสชาติถูกใจเด็กๆทานกันอร่อยเลยค่ะ ลองทำทานกันดูนะคะ

ขนมปังม้วนบาโลน่า


ขนมปังม้วนบาโลน่า

สำหรับวันนี้เรามาชวนทำเมนูง่ายๆ ไว้ทำทานยามว่างกันดีกว่าค่ะ กับเมนูขนมปังม้วนบาโลน่านะคะ เมนูนี้เป็นเมนูรองท้องได้ดีเลยค่ะ ซึ่งเราจะใช้บาโลน่าแบบมีพริกด้วยสำหรับผู้ใหญ่ทาน ถ้าจะให้เด็กทานก็เลือกแบบไม่มีพริกนะคะ เลือกซื้อกันได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือ ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นได้เลยค่ะ ซึ่งเจ้าบาโลน่าที่เราทานก็มีทั้งเนื้อหมู ไก่ นะคะเลือกทานกันได้ตามความชอบลักษณะเป็นแผ่นกลมๆรสชาติคล้ายๆไส้กรอกนั่นเองค่ะ ราคาไม่แพงมากสามารถหาซื้อทานได้ง่ายค่ะ สำหรับเมนูนี้เราจะทำให้สามารถหยิบทานง่าย สะดวกดีค่ะแถมอร่อยด้วยนะคะ

วัตถุดิบ (สำหรับทาน 2 ที่)

  1. บาโลน่า 4 แผ่น
  2. ขนมปังแผ่น 4 แผ่น
  3. แตงกวา 1 ลูก
  4. มายองเนส 1 ถ้วย
  5. นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ
  6. แครอทซอยละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นให้เรานำบาโลน่าแกะออกมาจากซองแล้วใส่จานนำไปอุ่นร้อนในไมโครเวฟ 30 วินาที ก่อนแล้วค่อยนำมาทำค่ะ

ขนมปังม้วนบาโลน่า

  1. จากนั้นให้เราเตรียมนำนมข้นหวาน และมายองเนสมาผสมกัน และหั่นแครอทโดยปลอกเปลือกทำการซอยให้ละเอียดลงไปด้วยค่ะประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วคนให้เข้ากันดี
  2. แล้วก็นำขนมปังแผ่น 4 แผ่น นำมาทาด้วยมายองเนสที่เราทำไว้โดยจะทาให้ทั่วทั้งแผ่นเลยนะคะ จากนั้นก็ค่อยๆวางบาโลน่าลงไป 1 แผ่นค่ะ และเตรียมแตงกวาล้างให้สะอาด มาทำการปลอกเปลือกแตงกวาจากนั้นหั่นแนวยาว ให้เป็นแท่งๆยาวค่ะขนนาดไม่ใหญ่มากประมาณ 1 ซม. นำมาวางไว้บนขนมปัง 2 ชิ้น โดยให้เราวางลงตรงกลางขนมปัง เลยค่ะและทาด้วยมายองเนสเล็กน้อย จากนั้นทำการม้วนจากริมขนมปังขึ้นบนกดให้ขนมปังอยู่ตัว สักหน่อยค่ะ

ขนมปังม้วนบาโลน่า

  1. แล้วให้เราวางขนมปังที่ทำไว้ลงบนเขียง และนำมีดมาหั่นให้เป็น 3 ท่อนเท่าๆกันค่ะ จากนั้นให้นำขนมปังบาโลน่าที่ได้ชิ้นเล็กๆลักษณะคล้ายเป็นแซนวิซม้วน นำไปจัดใส่จานให้สวยงามทาน อย่าลืมเพิ่มซอสมะเขือเทศใส่ลงไปเวลาทานด้วยนะคะเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้นนะคะ

 

ขนมปังม้วนบาโลน่า

  1. เราจัดจานให้สวยๆน่าทานกันได้ตามไอเดียของแต่ละคนเลยค่ะ ยิ่งเฉพาะเวลาจะให้เด็กทานง่ายๆก็จัดจานให้น่าทาน อย่างวันนี้จัดเป็นรูปดอกไม้น่ารักๆ ราดซอสมะเขือเทศตกแต่งให้สวยงามน่าทานๆด้วยค่ะ รับรองว่าจานนี้ทานกันหมดเกลี้ยงแน่นอนค่ะ เด็กๆติดอกติดใจกันใหญ่ค่ะเมนูนี้

 

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse


เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

วันนี้จุดหมายของเราอยู่ที่โรงแรม AVANI Atrium Bangkok ที่ห้องอาหาร Benihana the Japanese steakhouse เป็นร้านเทปันยากิที่มีจุดเด่นเฉพาะในด้านการเอ็นเตอร์เทรนและรสชาติค่ะ ได้ความสุขในการทานอาหารพร้อมความสนุกสนานกลับบ้านค่ะ

สำหรับการเดินทางใครที่มาทางรถส่วนตัวก็ขับมาเส้นเพชรบุรีตัดใหม่และขับเลย mrt เพชรบุรี มาจะถึงก่อน อิตัลไทยค่ะ ฝั่งเดียวกับอิตัลไทยทาวเวอร์ ค่ะ สังเกตป้ายจะเห็นชื่อโรงแรมชัดเจนค่ะ เลี้ยวซ้ายเข้าโรงแรมได้เลยค่ะ

จอดรถ ชั้น p1 ที่จอดรถสำหรับมาทานห้องอาหาร benihana โดยเฉพาะค่ะ จากนั้นเดินเข้าทางเข้าเห็นป้ายเชฟขนาดใหญ่ต้อนรับกันเลยค่ะ กดลิฟท์ขึ้นมาชั้น 1 ก่อนและจะขึ้นไปออกlobby จากนั้นกดลิฟท์ต่อขึ้นมาชั้น2 ห้องอาหารค่ะ

เดินออกมาทางขวามือก็จะเจอห้องอาหาร ภายในห้องอาหารตกแต่งเน้นโทนสีแดงตัดดำสวยดีค่ะ ดูมีจุดเด่นดี และเน้นการตกแต่งผสมผสานแบบญี่ปุ่นเข้ามากับแนวโมเดิร์น โดยเมื่อเราเดินเข้าไปจะมีขวดสาเกหลากหลายแบบตรงทางเข้า พร้อมโซนซูชิบาร์ที่สามารถสั่งนั่งทานได้เลยตรงเคาท์เตอร์ เลยมาหน่อยจะเป็นที่นั่งทานแบบเทปันยากิ โดยจะมีแยกเป็นมุมส่วนตัว หรือ แบบในห้องที่สามารถรับแขกได้กว่า 10ที่ค่ะ วันนี้เราได้นั่งทานกันกลางห้องอาหารเลยค่ะเป็นโต๊ะที่ใกล้ ออยสเตอร์บาร์ ที่สุดค่ะเทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

สำหรับห้องอาหารเปิดทุกวันเวลา 18.00-22.30น  พิเศษเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ที่จะเปิด 12.00-15.00น. ค่ะ โดยวันนี้เรามาทาน Benihana brunch set จะมีเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ ช่วง เวลา 12.00-15.00น. เท่านั้นค่ะ ราคาจะอยู่ที่ 790++ บาทต่อเซตค่ะ ซึ่งมีความพิเศษตรงที่มีออยสเตอร์บาร์ ให้เราตักทานได้ไม่อั้นเลยค่ะ และภายในเซตเราสามารถเลือกเนื้อเทปันยากิได้ 4อย่างจาก Australian rib eye steak , Salmon ,kurobuta pork, chicken breast แต่แนะนำให้ทานเนื้อนะคะเพราะที่นี่เค้าเด่นเรื่องเนื้อค่ะ   แต่ใครไม่ทานเนื้ออย่างอื่นก็น่าทานเหมือนกันค่ะ

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

ระว่างนั่งรอพนักงานก็เริ่มจากเสริฟ ถั่วแระญี่ปุ่น มาให้จานเต็มๆทานเล่นกันก่อนค่ะ จากนั้นก็ตามด้วยซุปญี่ปุ่นรสชาติอร่อยดีค่ะ และตามด้วยสลัดbenihana  และยำสาหร่าย มาให้ทานกันก่อนค่ะ

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

ระหว่างนี้เชฟจะทำซูชิและซาซิมิมาเสริฟ เป็น เนื้อปลาแซลมอน และ แคลิฟอเนียโรล พร้อมวาซาบิ ขิงดองค่ะ

อย่างที่บอกว่าBrunch set นี้มีความพิเศษตรงที่มีออยสเตอร์บาร์ เราสามารถเดินไปตักหอยนางรมสดๆไม่อั้น ที่ออยสเตอร์บาร์ตั้งอยู่ตรงกลางห้องอาหารเลยค่ะ  มีน้ำจิ้มให้เลือกทั้งราดเลมอน น้ำจิ้มซีฟู้ด  พอนซึซอส ขอบอกว่าหอยนางรมสดดีค่ะ ตัวโตใช้ได้ โดยเฉพาะทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดของทางร้านอร่อยมากค่ะ ชอบน้ำจิ้มซีฟู้ดที่นี่มากทานกับอะไรก็อร่อยค่ะ แถมตักได้ไม่อั้นแบบนี้ทานกันจนอิ่มเลยค่ะ แต่อย่าลืมเราต้องเก็บท้องไว้ทานเทปันยากิด้วยนะคะ

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

โดยข้าวผัดกระเทียมของที่นี่ รสชาติออกสไตล์ญี่ปุ่นดีค่ะ รสชาติออกกลางๆที่ไม่เน้นรสเข้มข้นจนเกินไปใส่ไข่ไก่ลงไปด้วยพร้อมโรยพริกไทยค่ะ กลิ่นหอมฉุยเลยค่ะ สำหรับทานคู่กับเนื้อในเซตค่ะ

เทปันยากิสไตล์ที่ Benihana the Japanese steakhouse

ถึงช่วงลงมือย่างเนื้อกันค่ะ เชฟจะเริ่มโชว์ลีลาการทำอาหารให้เราทานอย่างเพลิดเพลินค่ะ ก่อนทำเนื้อออสเตรเลีย เชฟจะถามว่าต้องการเนื้อแบบไหนเราเลือกทานแบบ medium ค่ะ จากนั้นจะหั่นเป็นชิ้นพอดีทานเลยค่ะเนื้อที่ย่างออกมากำลังดีเลยค่ะมีความแดงเล็กน้อยสมเป็นมืออาชีพจริงๆ การย่างของที่นี่เค้าจะคงรสชาติของเนื้อไว้ให้เราสัมผัสรสชาติเนื้อ โดยปรุงแค่เนย เกลือ และโชยุเท่านั้นค่ะ ใครชอบทานเนื้อไม่ควรพลาดมาลองทานร้านนี้กันนะคะ

เวปไซต์: http://www.avanihotels.com/atrium-bangkok/dining/benihana.html

Facebook: https://www.facebook.com/Benihana-at-AVANI-Atrium-Bangkok

เบอร์โทร 02-718-2000-1 ,02-718-2023

ดีน แอนด์ เดลูก้า ณ บลูพอร์ต หัวหิน


ดีน แอนด์ เดลูก้า ณ บลูพอร์ต หัวหิน

หากจะกล่าวถึงทะเลในเมืองไทย ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักชนิดที่ว่าไปเช้าเย็นกลับก็ยังไหว รับรองได้ว่าต้องมีการเอ่ยชื่อถึงหัวหิน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คุณ ๆ จะนึกถึงอยู่ด้วยอย่างแน่นอน และในปัจจุบันหัวหินก็ถือได้ว่าเจริญมาก ๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ความสนใจมาเที่ยวกันมาก มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ความเป็นไทย สถานที่ท่องเที่ยวแบบสมัยใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เป็นธรรมดาที่จะมีสถานที่บันเทิง ร้านค้าร้านขายผุดขึ้นมากมาย รวมทั้ง Blu’Port Huahin ที่นี่ถือได้ว่าเป็น Shopping mall and Fashion mall ที่ใหญ่พอสมควรค่ะ มีร้านค้าและร้านอาหารมากมายอยู่สถานที่นี้ และนี่เองเราจะพาไปดื่มด่ำกับกาแฟอร่อย ๆ เบเกอรี่รสเลิศกับร้าน Dean & Deluca (ดีน แอนด์ เดลูก้า) กันค่ะ

ดีน แอนด์ เดลูก้า ณ บลูพอร์ต หัวหิน

ดีน แอนด์ เดลูก้า ณ บลูพอร์ต หัวหิน

Dean & Deluca เป็นร้านกาแฟและเบเกอรี่ ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า Blu’Port Huahin ถนนเพชรเกษม อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ค่ะ เปิดให้บริการทุกวัน ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ เปิดให้บริการเวลา 10.30 ส่วนเสาร์อาทิตย์นั้น เปิดบริการเร็วขึ้นเป็น 10.00 น. และปิดให้บริการเวลา 22.00 น. ค่ะ

ดีน แอนด์ เดลูก้า ณ บลูพอร์ต หัวหิน

ภายในร้านแห่งนี้ เมื่อคุณย่างกรายเข้าไปจะพบบรรยากาศแบบสบาย ๆ ชิล ๆ หากมาคนเดียวต้องการนั่งแบบเงียบกับเก้าอี้แบบสตูลก็สามารถเลือกได้ หรือจะเลือกโต๊ะนั่ง ก็เป็นโต๊ะกลมสีขาว เก้าอี้กรุพนักพิงด้วยพลาสติกแต่ทำคล้ายลายหวายสีขาวดำ เมื่อมาวางรวม ๆ กันแล้วให้ความรู้สึกเรียบหรู แต่ก็ดูสบาย ๆ ค่ะ

ดีน แอนด์ เดลูก้า ณ บลูพอร์ต หัวหิน

ในส่วนของเบเกอรี่ ก็มีเรียงรายชนิดว่าเลือกกันไม่ถูก ทั้งเค้กแบบปอนด์ เค้กแบบชิ้น คัพเค้ก มาการอง หรือจะหนักท้องขึ้นมาอีกหน่อยกับแซนวิช หรือจะเป็นขนมปังในรูปแบบต่าง ๆ ต้องการทานแบบไหนก็แจ้งพนักงานได้เลยค่ะ

ดีน แอนด์ เดลูก้า ณ บลูพอร์ต หัวหิน

สำหรับเครื่องดื่ม ก็มีให้เลือกมากมายไม่แพ้เบเกอรี่เช่นกันค่ะ ทั้งเครื่องดื่มประเภทชา-กาแฟ อาทิ ลาเต้ คาปูชิโน่ มอคค่า โกโก้ เป็นต้น หรือจะเป็นชาอังกฤษในรสชาติแบบต่าง ๆ มีให้เลือกได้ทั้งเครื่องดื่มร้อนและเครื่องดื่มเย็น คุณเองสามารถเลือกสรรได้ตามใจชอบนะคะ เมื่อสั่งน้องพนักงานไปเรียบร้อยก็ชำระเงิน และนำไปนั่งทานที่โต๊ะได้เลยค่ะ ระบบในร้านจะเป็นการให้บริการแบบบริการตนเองนะคะ

ดีน แอนด์ เดลูก้า ณ บลูพอร์ต หัวหิน

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน หาได้ไม่ยากเลยค่ะ ถึงแม้คุณจะไม่ได้เป็นคนพื้นที่ เป็นแค่เพียงนักท่องเที่ยว เพราะศูนย์การค้าฯ อยู่ตรงข้ามกับตลาดฉัตรไชย ตลาดเก่าแก่คู่หัวหินนี่เอง มีที่จอดรถรองรับลูกค้าไว้อย่างมากมายค่ะ ส่วนร้าน Dean & Deluca อยู่ชั้น G ใกล้กับ Wine Connection ค่ะ หากไปเที่ยวหัวหิน อย่าลืมแวะไปดื่มชากาแฟ และเบเกอรี่อร่อย ๆ กันได้ค่ะ

ดีน แอนด์ เดลูก้า ณ บลูพอร์ต หัวหิน

 

 

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง


โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

อาหารเช้า ถือได้ว่าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุด เพราะจะช่วยเสริมสร้างสมองให้ความคิดโลดแล่น ไม่ว่าเรียนหรือทำงานก็จะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคได้ด้วยนะคะ อาทิ โรคกระเพาะอาหาร ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังป้องกันโรคอ้วนได้อีกด้วย ในวัยเด็ก การไม่ทานมื้อเช้าจะส่งผลเสียต่อเด็กเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง และการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ดังนั้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในครอบครัว เราควรทานอาหารมื้อเช้ากันค่ะ วันนี้เลยนำเมนูโจ๊กรสเด็ด สูตรกวางตุ้ง มานำเสนอเป็นไอเดียให้คุณแม่บ้านได้ทำให้ตนเองและสมาชิกในครอบครัวได้ทานกันค่ะ

ส่วนผสม

เนื่องจากมีวัตถุดิบหลายส่วนที่ต้องเตรียมแยกกัน เพื่อไม่ให้สับสน จึงแยกส่วนผสมออกเป็นชุด ๆ ดังนี้นะคะ

ส่วนผสมโจ๊ก

  1. ข้าวหอมมะลิใหม่ 1 ถ้วยตวง
  2. น้ำสะอาด 2 ลิตร
  3. กระดูกสำหรับต้มน้ำซุป ½ กิโลกรัม
  4. เกลือ ½ ช้อนชา

ส่วนผสมหมูหมัก

  1. หมูบดหรือหมูสับ 200 กรัม
  2. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
  3. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  5. พริกไทยป่น ปริมาณตามชอบ

ส่วนผสมหมี่กรอบ

  1. เส้นหมี่อบแห้ง 1 แพ
  2. น้ำมันพืช

ส่วนผสมไข่ลวก

  1. ไข่ไก่ 3-4 ฟอง
  2. น้ำสะอาด 1 ลิตร

ส่วนผสม (อื่น ๆ – ใช้สำหรับโรยหน้า)

  1. ขิงอ่อน ปริมาณตามชอบ
  2. ต้นหอม ปริมาณตามชอบ
  3. พริกไทยป่น ปริมาณตามชอบ
  4. ซีอิ้วขาว ปริมาณตามชอบ

วิธีทำ

1. นำข้าวหอมมะลิใหม่ 1 ถ้วยตวง (เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ถ้วยตวงนี้ใช้ถ้วยที่มีมากับหม้อหุงข้าวนะคะ) นำมาซาวข้าวกับน้ำสะอาด 1-2 ครั้ง รินน้ำทิ้ง จากนั้นแช่ข้าวกับน้ำสะอาด โดยใส่น้ำสะอาดให้ท่วมข้าวสาร แช่ทิ้งไว้ 1 คืน

2. วันรุ่งขึ้น รินน้ำที่แช่ข้าวสารทิ้ง และใส่น้ำสะอาด 2 ลิตรลงไปในข้าว ตั้งเตาไฟ เปิดไฟแรง และใส่กระดูกหมูสำหรับต้มน้ำซุบลงไปด้วยค่ะ เมื่อน้ำเดือด ให้หรี่ไฟเตาเป็นไฟกลาง เคี่ยวไปเรื่อย ๆ ใส่เกลือป่นลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติเล็กน้อยค่ะ ในช่วงขั้นตอนตรงนี้ให้หมั่นคนด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้โจ๊กในส่วนก้นหม้อไหม้ ระหว่างรอโจ๊กได้ที่ เราก็มาทำอย่างอื่นกันต่อค่ะ

3. นำหมูสับหรือหมูบดมาหมัก ตามส่วนผสมที่แจ้งไว้ด้านบนนะคะ นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

เมื่อโจ๊กที่เราเคี่ยวไว้ในข้อ 2 ได้ที่ตามต้องการแล้ว (ซึ่งใช้เวลาประมาณประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ค่ะ) ตักกระดูกหมูที่ใช้ต้มน้ำซุปออก จากนั้นนำหมูบดหรือหมูสับที่เราหมักไว้แล้ว มาปั้นเป็นก้อน ใส่ลงไปในหม้อโจ๊กค่ะ เคี่ยวต่ออีกสักครู่จนหมูสุก ก็ปิดไฟเตา พักไว้ก่อนค่ะ

4. นำเส้นหมี่อบแห้ง มาหั่นเป็นท่อน ๆ ความยาวประมาณ 3 นิ้วค่ะ จากนั้นตั้งกระทะ ไฟกลาง ใส่น้ำมันพอประมาณ เมื่อน้ำมันร้อนดี ให้นำเส้นหมี่ที่หั่นเป็นท่อนลงไปทอดในกระทะ ทอดเสร็จแล้วพักใส่จานไว้ก่อนค่ะ

เคล็ดลับอยู่ตรงนี้นะคะ

* เมื่อใส่หมี่ลงไปทอด หมี่จะขึ้นฟู ให้เรารีบตักขึ้น พักใส่กระชอนไว้ค่ะ อย่าปล่อยเวลานานนะคะเพราะจะทำให้เส้นหมี่ไหม้

**ค่อย ๆ ใส่เส้นหมี่ลงไปทอดครั้งละน้อย ๆ เพื่อให้เส้นหมี่สุกทั่วถึงกัน

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

5. นำขิงอ่อนมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด และหั่นฝอย ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

6. นำต้นหอม มาล้างน้ำให้สะอาด หั่นฝอย ใส่ถ้วยพักไว้ค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

7. ทำไข่ลวก โดยตั้งหม้อ ต้มน้ำสะอาด 1 ลิตร เมื่อน้ำเดือดให้ปิดเตาไฟ นำไข่ไก่ค่อย ๆ หย่อนลงไปในน้ำ แช่ไข่ทิ้งไว้ในน้ำเดือดนั้นจนน้ำเย็นเอง เมื่อจะทานค่อยนำขึ้นใส่ชาม ตั้งเสิร์ฟบนโต๊ะ (เมื่อตอกไข่จะได้ไข่ลวก น่าทานเชียวค่ะ)

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

8. เมื่อถึงเวลาทาน ก็ตักส่วนผสมต่าง ๆ ใส่จานชามที่เตรียมไว้ค่ะ ทั้งโจ๊ก, ไข่ลวก, หมี่กรอบ โรยด้วยขิงอ่อน และต้นหอม

หากต้องการให้มีรสชาติและความหอมเพิ่มเติม ก็โรยพริกไทยป่นแท้ และซีอิ้วขาว เพียงเท่านี้ก็ได้โจ๊กรสเด็ด สูตรกวางตุ้ง ทานกันอย่างอิ่มและอร่อยกันแล้วค่ะ

โจ๊ก รสเด็ด สูตรกวางตุ้ง

 

อาหารเวียดนาม สามใบเถา


อาหารเวียดนาม สามใบเถา

ท้องร้องจ๊อก ๆ  แล้วค่ะ หาอะไรทานกันดีกว่า วันนี้มาทำธุระกับเพื่อนที่สุขุมวิท 101 และเธออยากทานอาหารเวียดนาม แถวนั้นมีพอดี ก็แวะเข้าไปเลยค่ะ กับร้านอาหารเวียดนาม สามใบเถา ชื่อร้านฟังดูน่ารักดีนะคะ

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

ร้านสามใบเถา ด้านหน้าเป็นร้านอาหารแบบตึกแถวห้องเดียว อยู่ในถนนสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) ระหว่างซอยปุณณวิถี 23        และปุณณวิถี 25) หากเข้ามาจากถนนใหญ่ ร้านจะอยู่ทางด้านซ้ายมือค่ะ ด้านหน้าของร้านจัดไว้เป็นส่วนที่จัดเตรียมอาหารให้กับลูกค้า ส่วนที่นั่งทานจะอยู่ด้านในค่ะ ติดแอร์ นั่งทานได้สบาย ๆ พอเข้ามาในร้านจะมีโต๊ะให้บริการไม่มากนัก ประมาณ 6-7 โต๊ะ นั่งทานกันได้ประมาณ 4-5 คนต่อโต๊ะค่ะ เมื่อหาที่นั่งกันได้แล้ว เราก็สำรวจภายในร้าน ถือได้ว่าร้านนี้ไม่ธรรมดานะคะ เพื่อเคยได้ทูลเกล้าถวายอาหารแด่สมเด็จพระเทพฯ มาแล้ว และยังได้ประกาศอื่น ๆ อีก ว่าแล้วก็รีบสั่งมาทานกันเลยดีกว่าค่ะ

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

บนโต๊ะจะมีตะกร้าเล็ก ๆ สำหรับใส่เมนู ซึ่งบอกชื่ออาหาร และราคาไว้เรียบร้อยแล้ว เราเพียงแต่ใส่จำนวนตัวเลขของจานอาหารที่ต้องการสั่งในชนิดนั้น ๆ ค่ะ สนนราคาของอาหารที่นี่ อยู่ที่ประมาณ 40 – 120 บาทขึ้นอยู่กับชนิดอาหารและขนาดของอาหารที่สั่งค่ะ

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

มาถึงร้านอาหารเวียดนาม ก็ต้องสั่งแหนมเนืองสิคะ เมื่อเมนูนี้มาเสิร์ฟ ทั้งแหนมเนือง เครื่องเคียงต่าง ๆ และผักที่มาเป็นตะกร้า ส่วนแผ่นแป้ง ถูกตัดมาเป็นสี่เหลี่ยมขนาดกำลังพอเหมาะ ให้วางทั้งเครื่องทั้งผักแล้วห่อเพื่อทานได้ดีค่ะ ก่อนทานต้องนำตัวแป้งไปจุ่มกับน้ำที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ จุ่มครั้งเดียวก็พอนะคะอาจจะดูว่าแป้งยังแข็งอยู่ แต่เมื่อคุณวางผักวางเครื่องราดน้ำจิ้มเรียบร้อยแล้ว ตัวแป้งจะนุ่มพอดี วิธีนี้ทำให้หยิบตัวแป้งมาทานได้ง่าย เพราะถ้าเป็นร้านอื่น ๆ จะทำแป้งให้นิ่มมาก่อนแล้ว ซึ่งอาจจะหยิบมาทานได้ยากกว่าวิธีนี้ค่ะ เมื่อทานเข้าไปแล้ว แหม เมนูนี้ให้ผ่านได้เลยค่ะ รสชาติดีมาก ๆ

อาหารเวียดนาม สามใบเถา
แหนมเนือง ชุดใหญ่
อาหารเวียดนาม สามใบเถา
หมี่หมูย่าง

 

นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่น ๆ อีก อาทิหมี่หมูย่าง, ข้าวเกรียบปากหม้อนิ่ม, ขนมเบื้องเวียดนาม ซึ่งตัวแป้งถูกทอดมาอย่างกรุบกรอบค่ะ นับได้ว่าเป็นร้านที่น่าสนใจร้านหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ

อาหารเวียดนาม สามใบเถา
ข้าวเกรียบปากหม้อนิ่ม

 

หากลูกค้าท่านใดสนใจจะสั่งไปทานที่บ้าน ทางร้านก็มีบริการจัดส่งนะคะ โดยคิดค่าจัดส่งตามระยะทาง โดยติดต่อได้ที่ 02-3116961 หรือ 083-7709993 ง่าย ๆ เท่านี้ก็รอรับความอร่อยอยู่ที่บ้านได้เลยค่ะ ร้านสามใบเถา เปิดบริการตั้งแต่ 9.00น. – 20.00 น.

อาหารเวียดนาม สามใบเถา

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง


หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

ใครชอบทานอาหารอย่างหมูกรอบ วันนี้เรามีวิธีทำทานกันง่ายๆมาฝากค่ะ รับรองว่าทำแล้วจะติดใจค่ะ ซึ่ง “หมูกรอบ” เป็นอาหารที่อร่อยทานเพลินมากค่ะ ใครไม่กลัวอ้วนมาลองทำเมนูนี้เก็บไว้ทานกันค่ะ ทำมาจากหมูสามชั้นนั่นเอง การทำให้กรอบอร่อยนั้นก็ค่อนข้างใช้เวลาสักหน่อยนะคะ แต่ทำออกมาแล้วคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอนค่ะ นอกจากเราจะนำหมูกรอบมาทานง่ายๆยังสามารถนำหมูกรอบมาปรุงกับอาหารต่างๆได้หลากหลายเมนูด้วยค่ะ นั้นใครที่ชื่นชอบหมูกรอบมาลองทำทานกันดูเลยนะคะว่าจะกรอบอร่อยขนาดไหน

วัตถุดิบ

  1. หมูสามชั้น 1-2 ชิ้น (ประมาณ ½ -1 กิโล)
  2. น้ำส้มสายชู 1ช้อนโต๊ะ
  3. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันสำหรับทอด
  6. เตาอบลมร้อน

 

วิธีทำ

  1. นำหมูสามชั้นมาล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นยาวๆไว้และนำไปต้มให้พอสุกในน้ำเดือด ประมาณ 10-15นาที จากนั้นพักไว้ในตะแกรงสะเด็ดน้ำไว้ให้พอแห้งดีนำมีดหรือส้อมมาจิ้มบริเวณหนังหมูให้ทั่วทั้งชิ้นเพื่อให้หนังหมูเวลานำไปทอดพองสวยงามน่าทาน จากนั้นนำเกลือและน้ำส้มสายชูผสมกันนำมาทาที่บริเวณหนังหมูให้ทั่วๆ เพื่อให้ได้หนังกรอบๆค่ะ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. จากนั้นให้เรานำเนื้อหมูสามชั้นที่ทำไว้ไปอบต่อในหม้ออบลมร้อนใช้ความร้อน 150-180 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 10นาที เพื่อให้เนื้อหมูแห้งดีค่ะไล่น้ำความชื้นต่างๆออกจากเนื้อหมูสามชั้นกันก่อน

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. พอครบเวลาแล้วให้เรานำเนื้อหมูมาพักไว้ให้เย็นสักหน่อยก่อนเตรียมกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปเยอะๆเพื่อใช้ทอดหมูกรอบให้กรอบนุ่มดี พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่หมูสามชั้นโดยใส่ส่วนหนังลงไปด้านล่างเพื่อให้ได้น้ำมันเยอะๆทอดใช้ไฟแรง และค่อยๆลดไฟลงมาค่ะ เราจะได้หนังหมูกรอบพองน่าทานค่ะ ไม่ต้องทอดนานนะคะเดี๋ยวเนื้อหมูจะแข็งเกินไป พอสุกกรอบดีเทน้ำมันออกและใส่น้ำปลาลงไปเล็กน้อย ผัดคลุกเคล้าสักพัก ปิดไฟค่ะ จากนั้นนำขึ้นมาพักไว้ในตะแกรงรอให้พอเย็นสักหน่อย แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆให้พอดีทานค่ะ

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

หมูกรอบ ทำง่ายทานเอง

  1. จากนั้นนำหมูกรอบจัดใส่จานทานคู่กับซอสพริก ข้าวสวยร้อนๆ อร่อยน่าทานมากค่ะ หรือ จะนำหมูกรอบไปปรุงอาหารอย่างอื่นทานก็ได้เช่น คะน้าหมูกรอบ ผักบุ้งหมูกรอบ กระเพราหมูกรอบ ก็ได้ค่ะ หากใครทำไว้เยอะก็สามารถเก็บไว้ทำทานตอนหลังได้ โดยที่เรายังไม่ต้องนำไปทอดค่ะ เราก็จะมีหมูกรอบทานได้ตลอดติดตู้เย็นไว้ค่ะ เก็บได้ไม่เกิน 1 อาทิตย์นะคะโดยใส่กล่องแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาค่ะ